ระบบการกรองน้ำที่ใช้ในครัวเรือน


ปัจจุบันนั้นเครื่องกรองน้ำดื่มที่ใช้ในครัวเรือนเกือบจะเป็นอุปกรณ์ที่จําเป็นที่จะต้องมีใช้ในบ้าน เกือบทุกบ้าน เพราะเราจะต้องดื่มน้ำวันละประมาณ 2 ลิตร ซึ่งในปัจุบันน้ีผู้บริโภคมีทางเลือกอยู่ 2 ทางเลือกคือ หน่ึงซื้อน้ำดื่มบรรจุขวด คือน้ำท่ีจําหน่ายทั้ง ในรูปบรรจุขวดผนึกและจําหน่ายโดยใช้ตู้
หยอดเหรียญ ทางเลือกท่ีสองคือซื้อเครื่องกรองน้ำดื่มมําติดตั้งภายในบ้าน เครื่องกรองน้ำดื่มท่ีใช้ในครัวเรือนในปัจจุบันมีอยู่มากมายหลายชนิดและหลากหลายเทคโนโลยีจนผู้บริโภคเริ่มจะสับสนว่า เครื่องกรองน้ำที่ วางขายอยู่ตามท้องตลาดนั้นสามารถขจัดสิ่วที่ไม่พึงประสงค์ออกได้จริงหรือไม่หรือต้องซื้อเครื่องกรอง น้ำท่ีมีเทคโนโลยีขั้นสูงๆ ซึ่งก็มีราคาแพงเกินความจําเป็นไปหรือไม่ในบทควํามน้ีผู้เขียนจะขอชี้แนวทําง เบื้องต้น ในการเลือกซื้อเครื่องกรองน้ำดื่ม เพื่อให้ ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจและสามารถเลือกซื้อได้ถูกต้อง ตามวัตถุประสงค์

ทำไมต้องมีเครื่องกรองน้ำดื่มในครัวเรือน ???

โดยปกติผู้ผลิตน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคจะแจกจ่ายน้ำตามเส้นท่อไปยังผู้ใช้น้ำ ที่เราเรียกว่าน้ำประปา นั้นผู้ผลิตจะใช้กรรมวิธีการผลิตที่สามารถขจัดสิ่งปนเปื้อนที่ปนมากับน้ำดิบจนได้น้ำที่มีสิ่งปนเปื้อนไม่เกินเกณฑ์ที่องค์กรของรัฐและองค์กรระหว่างประเทศ เช่นองค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนด แล้วประกาศว่าน้ำประปานั้นดื่มได้ แต่ผู้ใช้น้ำบางกลุ่มก็ยังไม่ดื่มน้ำจากก็อกโดยตรงต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดหรือซื้อเครื่องกรองน้ำดื่มมาติดตั้งภายในครัวเรือน ทั้งนี้เพราะผู้บริโภคมีความต้องการน้ำดื่มที่มีคุณภาพสูงกว่าน้ำที่ผู้ผลิตน้ำประปา หรือเกิดจากความกังวลว่าอาจจะมีสิ่งปนเปื้อนประปนมากับน้ำในระหว่างการส่งจ่ายน้ำตามเส้นท่อ หรือถังพักน้ำภายในบ้าน รวมทั้งระบบท่อน้ำภายในบ้าน เช่นตะกอนและเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆที่อาจก่อให้เกิดโรคได้ ทำให้ต้องซื้อเครื่องกรองน้ำมาติดตั้งภายในครัวเรือนเพื่อขจัดสิ่งไม่พึงประสงค์ออกจากน้ำ และป้องกันความเสี่ยงของสารและเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนอยู่ในน้ำ

เลือกเครื่องกรองน้ำแบบไหนที่เหมาะกับครัวเรือนของท่าน ???

มีหลายท่านสอบถามเข้ามายังผู้เขียนว่าจะซื้อเครื่องกรองน้ำดื่มระบบไหนดี ผมมักจะตอบไปเสมอว่าก่อนจะเลือกใช้เครื่องกรอน้ำชนิดไหน หรือระบบไหน ที่จริงควรจะถามตัวเองก่อนว่าทำไมจึงไม่สามารถดื่มน้ำจากก็อกน้ำประปาโดยตรง ซึ่งหลายท่านมักจะตอบว่า เพราะกลิ่นและรสชาดของคลอรีนที่มีในน้ำทำให้ไม่กล้าดื่ม ความจริงแล้วคลอรีนในน้ำประปานั้นผู้ผลิตมีความจำเป็นต้องเติมลงไปในน้ำระหว่างการผลิตน้ำเพื่อฆ่าจุลินทรีย์ ที่อาจก่อให้เกิดโรค องค์การอนามัยโลกกำหนดให้น้ำประปาจะต้องมีปริมาณคลอรีนอิสระไม่น้อยกว่า 0.5 ส่วนในน้ำล้านส่วน (ppm) ซึ่งคลอรีนอิสระที่สามารถฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ได้ ต้องมีความเข้มข้นมากกว่า 0.2 ppm และผู้ผลิตน้ำประปามักจะเติมให้มีคลอรีนอิสระประมาณ 1–2 ppm ทั้งนี้เพื่อให้มีคลอรีนอิสระเหลืออยู่ไม่น้อยกว่า 0.5 ppm เมื่อถึงบ้านผู้ใช้น้ำ ทั้งนี้เพราะคลอรีนจะสลายตัวตลอดเวลา

Download Full Version (PDF)

ระบบการกรองน้ำที่ใช้ในครัวเรือน
Sawaeng Gerdpratoom
13 เมษายน, 2020
Share this post
เก็บ